ติดต่อเรา
โทรสายด่วน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงราย (เชียงราย – พะเยา)

Tourism Authority of Thailand : Chiang Rai Office (Chiang Rai – Phayao)

www.tourismchiangrai-phayao.com

may, 2023

20mayAll Day28วิจิตร 5 ภาค @ เชียงราย

more

Event Details

🌟 นับถอยหลัง! ⏱ สำหรับการแสดงแสง สี เสียงสุดยิ่งใหญ่กับงาน “วิจิตร 5 ภาค @เชียงราย หลงแสงเวียง ที่เจียงฮาย” ภายใต้ คอนเซปต์ “Time & Travel” ที่จะพาทุกท่านหลงใหลไปกับเส้นทางแห่งกาลเวลาบนท้องถนนที่สว่างไสวด้วยแสงแห่งประวัติศาสตร์ ของเมืองเชียงราย สะท้อนอัตลักษณ์พื้นถิ่นด้วยแสงไฟ ถ่ายทอดผ่านสถาปัตยกรรมของเมืองอันทรงคุณค่า

✨เตรียมมาหลงแสงเวียงที่เจียงฮาย พร้อมกัน ทั้ง 15 จุดแสง ทั่วเมืองเชียงราย✨
🎞 ชมการแสดง Projection 3D Mapping และ Lanna Contemporary Danceในคอนเซปต์ Chiang Rai, Wiang of Light : Wiang of Life ณ ศาลากลางจังหวัด (เก่า)
📆 ตั้งแต่วันที่ 20-28 พ.ค. 2566 เวลา 18:00-24:00 น.
อ.เมืองเชียงราย
📌 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage GoNorthThaiLand
#วิจิตร5ภาค #วิจิตร5ภาคเชียงราย #VIJITR #VIJITRThailand #VIJITRChiangrai

#หลงแสงเวียงที่เจียงฮาย #WiangOfLight #เสน่ห์วันวานเมืองเหนือ #AmazingThailand

วิจิตร 5 ภาค @ เชียงราย “หลงแสงเวียง ที่เจียงฮาย”

20-28 พฤษภาคม 2566

 

วิจิตร 5 ภาค @ เชียงราย “หลงแสงเวียง ที่เจียงฮาย” จัดขึ้นในวันที่ 20-28 พฤษภาคม 2566           ณ อำเภอเมืองเชียงราย เวลา 18.00 น. – 24.00 น. นำเสนอความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถสร้างกระแสให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางไปเยี่ยมชม และส่งต่อประสบการณ์ผ่านสื่อ Social Media ในวงกว้าง ต่อยอดนำเสนอแนวคิดและรูปแบบการจัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด งานเทศกาล แสง เสียง และความคิดสร้างสรรค์ โดยสื่อออกมาในรูปแบบของการจัดแสดง Light up / Mapping / Projection 3D / Light installation และสื่อผสมที่ทันสมัย สื่อถึงความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถสะท้อนเอกลักษณ์/อัตลักษณ์ของท้องถิ่น สามารถต่อยอดไปสร้างเส้นทางให้นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมตามจุดต่างๆ ที่จัดแสดงได้ในลักษณะ Walking Tour เล่าเรื่องเมืองเชียงรายผ่านเส้นทางแห่งกาลเวลาด้วยการ Light up/Mapping สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เมืองเชียงราย ตามแนวคิด  “หลงแสงเวียง ที่เชียงราย”

 

งานวิจิตร ๕ ภาค @เชียงราย “หลงแสงเวียง ที่เจียงฮาย (Chiang Rai : Wiang of Light)” จัดแสดงผ่านสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ 15 แห่ง รวมระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร ได้แก่

  1. หอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติ: สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2548 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ออกแบบโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ศิลปินแห่งชาติ จัดแสดงภายใต้แนวคิด Celebrated Time ที่สื่อถึงช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองความภาคภูมิใจของคนเชียงราย ใช้เทคนิค Moving Head Beam กับลำแสงสีทอง เงิน นาก เคลื่อนไหวไปพร้อมจังหวะการเดินของเข็มนาฬิกา บอกเล่าถึงการเดินทางของเวลาที่เดินหน้า หรือเดินถอยหลังสู่อดีตกาล
  2. ถนนเชื่อมหอนาฬิกา: ถนนสุขสถิตย์หนึ่งในถนนย่านค้าขายสําคัญของเมืองเชียงรายยุคใหม่ ที่เชื่อมโยงวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และการคมนาคม ถือเป็นลมหายใจหนึ่งของการเติบโตของเมือง จัดแสดงภายใต้แนวคิด Connected ใช้เทคนิค Laser & Mirror ยิงแสงเลเซอร์ถักเป็นตาข่าย ลอยสุขสถิตย์เหนือผืนถนน       สร้างคลื่นแสงเชื่อมสองเวลาและสองสถานที่เข้าหากัน
  3. หอนาฬิกา (เก่า): สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2510 และได้ย้ายจากถนนบรรพปราการ หรือที่ตั้งหอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติในปัจุบัน ตั้งไว้ที่ตลาดสดเทศบาล บริเวณสามแยกโรงรับจํานํา อยู่ห่างจากจุดก่อสร้างหอนาฬิกาใหม่ ประมาณ 350 เมตร โดยมีเป้าหมายให้หอนาฬิกาทั้ง 2 จุด เป็นสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองเชียงราย จัดแสดงภายใต้แนวคิด Classical Time หนึ่งในตัวแทนความคลาสสิคของยุคสมัย ใช้เทคนิคแสง Luminous Light แสงสีขาววางล้อมหอนาฬิกา อวดโฉมเวลาหนึ่งช่วงในอดีตที่เคยเป็นตัวแทนความเจริญของเมืองยุคใหม่
  4. มูลนิธิสาธารณกุศลสงเคราะห์: ตั้งอยู่ที่ถนนบรรพปราการ กิจกรรมหรืองานหลักๆ ของมูลนิธิฯ เกี่ยวกับงานสาธารณะกุศลต่างๆ ช่วงเย็นมีกิจกรรมรําไทเก๊ก รํามวยจีน รํากระบี่เพื่อส่งเสริมการออกกําลังกายอาคารศิลปะตกแต่งอย่างสวยงามตามสไตล์จีน ด้านในมีจุดไหว้เทพเจ้าต่างๆ หลายองค์ ตามความเชื่อของคนไทยเชื้อสายจีนในเมืองเชียงราย จัดแสดงภายใต้แนวคิด Power of Gods การไหว้บูชาเหล่าเทพเจ้าขอพร ใช้เทคนิค Red & Gold Lights แสงสีแดงและสีทอง ตัวแทนความมั่งคั่งและโชคดี
  5. วัดมิ่งเมือง: วัดมิ่งเมือง ชาวเชียงรายเรียก วัดจ๊างมูบ (ช้างหมอบ) หรือวัดตะละแม่ศรีตามชื่อผู้สร้าง เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองเชียงราย อยู่ตรงสี่แยกขัวดํา ไม่ไกลจากหอนาฬิกา เป็นสถาปัตยกรรมศิลปะผสมระหว่างพม่าและล้านนา วิจิตรงดงามทั้งภายในและภายนอก จัดแสดงภายใต้แนวคิด Multi Culture Multi-Colors หนึ่งศรัทธา มากศิลป์ ใช้เทคนิคแสง Led Par Light เลือกใช้คู่สีแสงที่มีความต่อเนื่องและขัดแย้งกันเพื่อขับเน้นศิลปกรรมที่ผสมผสานแปลกตา
  6. ตกสามเหลี่ยม: ตึก 3 ชั้นทรงแปลกตา ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นอาคารแนวโมเดิร์นของธนาคารแห่งหนึ่งของเมืองเชียงรายในยุค 80s จัดแสดงภายใต้แนวคิด Neon Era ใช้เทคนิคแสง Led Neo Light ไฟนีออนที่ไม่ใช่สิ่งส่องสว่าง แต่ได้รับการใช้งานและจัดวางเป็นงานศิลปะและเป็นเอกลักษณ์ที่สําคัญหนึ่งของยุคสมัย
  7. แมงสี่หูห้าตา: เป็นชื่อสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งในตํานานว่าด้วยวัดพระธาตุดอยเขาควายแก้ว มีลักษณะเหมือนหมีสีดําตัวอ้วน มีหูสองคู่และตาห้าดวง รับประทานถ่านไฟร้อนเป็นอาหารและถ่ายมูลเป็นทองคํา แมงสี่หูห้าตา ยังเคยได้รับการคัดเลือกให้เป็นมาสคอต กีฬาแห่งชาติครั้งที่ 36 “เจียงฮายเกมส์” อีกด้วย จัดแสดงภายใต้แนวคิด Fire Monster ใช้เทคนิคแสง Lantern Installation หุ่นโคมไฟแมงสี่หูห้าตา ขนาดใหญ่ ในท่ากําลังปีนต้นก้ามปูยักษ์หน้าอาคารเทิดพระเกียรติ ที่มาพร้อมกับเสียงแมลงกลางคืน + เสียงสะล้อ
  8. วัดพระแก้ว: วัดพระแก้ว ถนนไตรรัตน์ใจกลางเมืองเชียงราย วัดนี้เป็นสถานที่แรกที่ได้ค้นพบ พระแก้วมรกต หรือพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรที่ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) กรุงเทพฯ ในปัจจุบัน ตามประวัติเล่าว่าในปี พ.ศ. 1897 สมัยพระเจ้าสามฝั่งแกนเป็นเจ้าครองเมืองเชียงใหม่ ฟ้าได้ผ่าเจดีย์ร้างองค์หนึ่ง และได้พบพระพุทธรูปลงรักปิดทองอยู่ภายในเจดีย์ต่อมาจึงได้พบว่าเป็นพระพุทธรูปสีเขียวที่สร้างด้วยหยก ซึ่งก็คือพระแก้วมรกตนั่นเอง ปัจจุบัน วัดพระแก้ว เชียงราย ได้สร้างและประดิษฐานพระหยก ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ จัดแสดงภายใต้แนวคิด Jade Begins กำเนิดแสงมรกต ใช้เทคนิคแสง Green Light & Laser ติดตั้งเครื่องยิงเลเซอร์วาดภาพพระแก้วมรกตประกอบไฟแสงสีเขียวย้อนรําลึกถึงการค้นพบพระแก้วมรกตเป็นแห่งแรก
  9. ศาลากลางจังหวัด (เก่า): ศาลากลางจังหวัดเชียงราย เป็นสถาปัตยกรรมที่มีอายุกว่า 116 ปี เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ช่วยอธิบายความเป็นมาของสังคมเชียงรายสมัยนั้นได้ดียิ่ง เริ่มก่อสร้างและเปิดดําเนินการเมื่อ ปี พ.ศ. 2443 ในสมัยของพระพลอาษาเป็น ข้าหลวงเมืองเชียงราย ดําเนินออกแบบและก่อสร้างโดยนายแพทย์วิลเลี่ยม เอ.บริกส์ (Dr. William A. Briggs) แพทย์ชาวอเมริกัน ปัจจุบันอาคารศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังเก่า ได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานของกรมศิลปากร ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่  16 สิงหาคม 2520 ยุติบทบาทในการเป็นอาคารศูนย์กลางการปกครองหัวเมืองเชียงรายมานานกว่า 1 ศตวรรษ จัดแสดงภายใต้แนวคิด Wiang of Light Wiang of Life อาคารที่สัมพันธ์กับชาวเชียงราย ดูแล พัฒนา และเฝ้ามองการเติบโตและเปลี่ยนแปลงของเมืองจากอดีตสู่ปัจจุบัน ใช้เทคนิคแสง Projection 3D Mapping ใน 2 เรื่อง ได้แก่ เรื่องที่ 1: Concept Motion Chiang Rai, Wiang of Light เล่าถึงที่มาของแนวคิดของการจัดงาน นําเสนอเส้นทางการชมทั้ง 15 จุดแสงในเมือง และเรื่องที่ 2: Content Motion Chiang Rai, Wiang of Life นําเสนอของดีของเด่นของจังหวัดเชียงราย อาทิ อาหาร วัดธรรมชาติศิลปะ กลุ่มชาติพันธ์ุชา-กาแฟ ผลไม้ ด้วยกราฟฟิกสนุกชวนดู
  10. บ้านสิงหไคล: มูลนิธิมดชนะภัย อาคารโบราณอายุ 103 ปีเรียกกันในชื่อบ้านมิชชันนารี OMF ออกแบบโดยนายแพทย์วิลเลียม เอ.บริกส์ ปัจจุบันได้รับการบูรณะ ปรับเปลี่ยนเป็นที่ทําการมูลนิธิมดชนะภัย โดยบริเวณชั้น 2 เปิดเป็นแกลเลอรี่แสดงผลงานศิลปะ และบริเวณชั้นล่างเป็นร้านกาแฟบ้านมด Baanmod CAFE’ และดาษดาสตูดิโอ 2 บ้านสิงหไคลฯ มีเป้าหมายในการเป็นแหล่งเรียนรู้ในด้านสถาปัตยกรรมและเรื่องของภัยพิบัติรวมทั้งเป็นจุดเชื่อมต่อไปสู่เรื่องราวทางศิลปะ เป็นพื้นที่ในการจัดกิจกรรมทางด้านสังคมและศิลปะวัฒนธรรมให้กับประชาชน เพื่อร่วมส่งเสริมให้เชียงรายเป็นเมืองที่น่าอยู่ และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเชียงรายเมืองศิลปะ จัดแสดงภายใต้แนวคิด Shape of House ถ่ายทอดความงดงามของบ้านด้วยแสง ใช้เทคนิคแสง Tiny Light Bulbs Par Light ใช้แสงอาบฉาบผิวบ้านด้านนอก และใช้แสงส่องออกมาจากภายในตัวบ้าน ผ่านช่องหน้าต่าง เพื่ออวดสัดส่วนการออกแบบบ้านอันสวยงาม และตกแต่งรอบบ้านด้วยไฟเม็ดถั่ว
  11. หอประวัติเมืองเชียงราย: เป็นส่วนหนึ่งภายในศูนย์วัฒนธรรมนิทัศน์และพิพิธภัณฑ์เมืองเชียงราย ๗๕๐ ปีโดยการปรับปรุง อาคารหอประชุมเม็งรายอนุสรณ์เดิม จัดขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านภูมิหลังของท้องถิ่น พัฒนาการทางสังคม ประวัติศาสตร์ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณีในส่วนของการจัดแสดงนิทรรศการภายในได้จัดแสดงเนื้อหานับตั้งแต่ยุคสมัยก่อน ประวัติศาสตร์ยุคของการสร้างบ้านเมือง การเปลี่ยนแปลง จนกระทั่งเป็นเมือง เชียงรายในปัจจุบัน นอกจากนั้นยังจัดแสดงเรื่องราววิถีชีวิต ภูมิปัญญา การเมืองการปกครองและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันน่าภูมิใจของคนเชียงราย จัดแสดงภายใต้แนวคิด Night Museum ขยายเวลาเปิดดําเนินการภาคกลางคืนสําหรับนักท่องเที่ยวในช่วงงาน ใช้เทคนิคแสง Colorful of Par Light ตกแต่งแสงอาคารด้านนอกด้วยไฟหลากสีเพื่อเชื้อเชิญให้เข้าชมนิทรรศการภายในอาคาร
  12. ตู้โทรศัพท์: ตู้โทรศัพท์สาธารณะหยอดเหรียญ คืออีกหนึ่งของประวัติศาสตร์การสื่อสารของคนเชียงรายที่เปลี่ยนผ่านไปอย่างไม่มีวันหวนคืนจัดวางไว้ยังหน้าบ้านพักข้าราชการคลัง ริมถนนอันเงียบเหงา จัดแสดงภายใต้แนวคิด Silent Call ใช้เทคนิคแสง Light Inside Box-Phone ติดตั้งแสงภายในตู้โทรศัพท์คืนชีวิตด้วยสีสันตื่นเต้นชวนมอง พร้อมเสียงโทรศัพท์ประกอบดนตรี
  13. ต้นไม้ใหญ่: พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่ป่าชุมชนในท้องที่จังหวัดเชียงรายมีความสําคัญเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเขตป่าต้นนํ้าปัจจุบัน กําลังได้รับการฟื้นฟูด้วยการทํางานของภาครัฐ เอกชนและประชาชนในพื้นที่เลือกใช้กลุ่มต้นไม้ใหญ่บริเวณริมถนนสิงหไคล เป็นตัวแทนความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า การรักษาระบบนิเวศ และความยั่งยืนร่วมกันของคนเชียงรายกับป่าไม้ จัดแสดงภายใต้แนวคิด Eco Friendly เลือกใช้กลุ่มต้นไม้ใหญ่บริเวณริมถนนสิงหไคล เป็นตัวแทนความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า การรักษาระบบนิเวศ และความยั่งยืนร่วมกันของคนเชียงรายกับป่าไม้ ใช้เทคนิคแสง Light Down From Tree ติดตั้ง Mirror Ball บนยอดไม้แล้วยิงแสงกระทบใส่สร้างซีนแสงแปลกตา
  14. สวนตุงและโคม: สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติ 75 พรรษา เดิมคือพื้นที่เรือนจําโบราณตั้งอยู่ใจกลางย่านการค้าเทศบาลนครเชียงราย มีอายุเก่าแก่มากว่า 100 ปีต่อมามีโครงการให้ย้ายเรือนจําออกไป และปรับพื้นที่จนกลายเป็นลานสาธารณะ เป็นปอดแห่งใหม่ใจกลางนครเชียงราย โดยสวนบางส่วนถูกปรับให้เป็นสวนหย่อม ตั้งอยู่ข้างตึกอํานวยการซึ่งเป็นตึกเดิมของเรื่อนจําที่ยังเก็บไว้นอกจากนั้นด้านในยังมีเรือนจําหญิงที่ถูกปรับให้กลายเป็น อาคารแสดงศิลปะการแต่งกายชนเผ่า 30 ชนเผ่า ข้างๆ อาคารมีตุงเฉลิมพระเกียรติความสูง 36 เมตรโดยกรอบตุงมีลวดลายสัญลักษณ์ปีนักษัต โดยใช้ช่างฝีมือของท้องถิ่น และเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ของเมืองล้านนาร่วมสมัย จัดแสดงภายใต้แนวคิด Wiang Flower ดอกพวงแสด ดอกไม้ประจําจังหวัดเชียงราย ใช้เทคนิคแสง Light Installation ประติมากรรมดอกพวงแสดส่องแสงประกอบฉากแสงสีส้ม
  15. โบสถ์คริสตจักรที่ 1 เวียงเชียงราย ได้รับสถาปนาเป็นคริสตจักร เมื่อวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 1890 โดยไม่มีการก่อสร้างอาคารพระวิหาร ในปี ค.ศ. 1910 – 1911 นายแพทย์วิลเลี่ยม เอ บริกส์ จึงรวบรวมเงินจากผู้ศรัทธาถวายได้เงินจํานวนหนึ่ง เพื่อซื้อที่ดินสร้างอาคารพระวิหาร ตั้งอยู่บริเวณประตูเมืองเชียงรายที่เรียกว่า “ประตูสลี” ซึ่งเป็นที่ตั้งคริสตจักรในปัจจุบัน ครั้งเมื่อมหาสงครามเอเชียบูรพา (สงครามโลกครั้งที่ 2) ราวปี ค.ศ. 1946 เหตุการณ์ช่วงสงครามนั้นนับเป็นเวลายากลําบากสําหรับเหล่าคริสเตียนในการหาพื้นที่สําหรับนมัสการพระผู้เป็นเจ้าด้วยต้องคอยหลบซ่อนกระทําการตาบ้านพักของสมาชิก เพราะทางการเข้มงวดเรื่องการประชุมเพื่อป้องกันการก่อเหตุร้ายและจารกรรม เมื่อเสร็จสงครามจึงยินดีกันยิ่งนักที่ได้กลับมาใช้โบสถ์นี้เป็นที่นมัสการอีกครั้ง จัดแสดงภายใต้แนวคิด In Light of Faith ด้วยแสงแห่งศรัทธาของคริสตศาสนิกชนเวียงเชียงราย ใช้เทคนิคแสง Light VS Shadow การต่อสู้กันระหว่างแสงและเงา

 

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรม Highlight ซึ่งจะมีการจัดแสดงทุกวันศุกร์-อาทิตย์ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงราย (หลังเก่า) อาทิ การจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น การแสดงดนตรี การออกร้าน            จากผู้ประกอบการในพื้นที่ รวมทั้งการมอบสิทธิพิเศษส่วนลดจากร้านค้ามากมาย อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่      ที่เข้าร่วมในโครงการฯ รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท ผ่านช่องทาง Facebook Fanpage: GoNorthThailand  โดยผู้ที่สนใจสมารถเดินชมงานในลักษณะ Walking Tour หรือจะ ใช้บริการรถรางนำเที่ยวที่ให้บริการฟรีตลอดงาน หรือพาหนะท้องถิ่นอย่างสามล้อเชียงรายโดยคิดค่าบริการตามระยะทาง

Time

may 20 (Saturday) - 28 (Sunday)

X
This site is registered on wpml.org as a development site.